posted on 29 Sep 2009 17:51 by mrinsure in General
ยอมหาปัญหารอบตัวดีกว่ากลบปัญหารอบด้าน ก้าวไกลวิสัยทัศน์ : ดร.บวร ปภัสราทร กรุงเทพธุรกิจ วันจันทร์ที่ 07 กันยายน พ.ศ. 2552 เขียนไว้ได้น่าสนใจมาก เลยเอามาให้อ่านกันครับ
ผู้บริหารที่ประสบความสำเร็จอย่างสูง มักจะพึงพอใจกับความสำเร็จที่เกิดขึ้น หลายคนพยายามที่จะรักษาความสุขอันเกิดจากความสำเร็จนั้นไว้ให้นานที่สุดเท่าที่จะกระทำได้ จนกระทั่งวันหนึ่งก็รู้ตัวว่า ความสำเร็จที่เคยมีนั้นเป็นเพียงแค่ความทรงจำที่ดีในอดีต ซึ่งวันนี้ ความสำเร็จเหล่านั้นได้สูญหายไปเสียแล้ว กว่าจะรู้ตัวก็ย่ำแย่เกินกว่าที่จะกู้คืนความสำเร็จนั้นกลับคืนมาได้ หลายคนปิดบังตนเองด้วยการแกล้งทำเป็นมองไม่เห็นปัญหาที่เกิดขึ้นรอบๆ ตัว คิดแต่ว่าปัญหารอบๆ ตัวนั้นเป็นเรื่องเล็กน้อยสามารถมองข้ามได้ คิดต่อไปว่าปัญหาเหล่านั้นเป็นเรื่องจุกจิกที่จะทำลายความสุขของตนเอง ไม่ได้คิดว่าปัญหาเหล่านั้น จะกลายเป็นภัยคุกคามต่อความสำเร็จได้ แกล้งมองไม่เห็นเรื่องเล็กเรื่องน้อยเพียงเพื่อรักษาความสุขไว้ให้นานเท่านาน การละเลยเรื่องเล็กน้อยเหล่านี้แหละ ทำให้เรื่องเล็กน้อยกลายเป็นจุดเริ่มต้นของเรื่องใหญ่ๆ ที่จะตามมาอย่างมากมาย ปัญหายิ่งเล็กน้อยเท่าใดก็ยิ่งยากที่จะสังเกตเท่านั้น แถมด้วยการที่ผู้บริหารก็ไม่อยากเห็น ไม่อยากรับรู้ปัญหาเล็กๆ น้อยๆ เหล่านั้นด้วย
ปัญหาเล็กน้อยที่เกิดขึ้นตามหลังการประสบความสำเร็จอย่างมากมาย มักเป็นปัญหาเล็กๆ ที่ก่อตัวขึ้นในหลายส่วนขององค์กรพร้อมๆ กัน ทำให้การที่จะค้นพบต้นตอของปัญหาเหล่านั้นเป็นไปได้ยาก ถ้าจะค้นให้เจอต้องอาศัยข้อมูลและสาระจากหลายส่วนมาเรียบเรียงเข้าด้วยกัน จึงจะเห็นต้นตอของปัญหาที่เกิดขึ้น ซึ่งไม่ใช่งานที่ทำได้ง่ายๆ โดยเฉพาะเมื่อผู้คนในองค์กรยังหลงใหลอยู่กับความสำเร็จที่เกิดขึ้น ใครๆ ก็ต่างละเลยปัญหาเล็กน้อยจุกจิกในส่วนของตน ทำให้ปัญหาจุกจิกเหล่านั้นเชื่อมต่อเข้าด้วยกัน แล้วค่อยๆ ขยายตัวกลายเป็นปัญหาใหญ่ เนื่องด้วยไม่ได้รับการแก้ไขเสียแต่ต้น
ดังนั้น ผู้บริหารที่จะรักษาความสำเร็จให้ยั่งยืนต่อเนื่องไปได้ จึงจำเป็นต้องมองหาปัญหาที่เกิดขึ้นรอบๆ ตัวอยู่ตลอดเวลา ผู้บริหารที่เลือกจะรักษาความสบายอกสบายใจเอาไว้ด้วยการกลบเกลื่อนปัญหาเล็กน้อยที่เกิดขึ้น จะเป็นผู้ที่พบความล้มเหลวที่ตามหลังความสำเร็จมาไม่ช้าก็เร็ว แถมล้มเหลวโดยไม่รู้ตัวเสียด้วย ล้มเหลวเพราะมัวแต่ไล่กลบปัญหารอบตัว ใครที่อยู่ใกล้แล้วมาบอกว่ากำลังมีปัญหาเรื่องนั้นเรื่องนี้ ก็ไล่ให้ออกไปไกลตัว เหลือไว้เฉพาะผู้คนที่คอยช่วยกลบปัญหารอบๆ ตัวเท่านั้น ใครช่างเสาะหาปัญหาฉันไล่ไปหมด ใครที่ช่วยปิดบังปัญหาฉันเก็บไว้ใกล้ตัว
ผู้บริหารที่ช่างเสาะหาปัญหาต้องเป็นผู้ที่มีกระบวนการคิดที่เป็นระบบ เป็นผู้ที่ไม่มองว่าปัญหาคือเรื่องที่เป็นอุปสรรคหรือเป็นเรื่องที่สร้างความกลุ้มอกกลุ้มใจให้แต่ประการใด ในทางตรงข้าม จะมองว่าปัญหาที่เกิดขึ้นนั้นเป็นความท้าทายที่จะต้องฝ่าฟันไปให้ได้ จึงไม่พยายามที่จะเร่งรัดหาข้อสรุปถึงต้นเหตุของปัญหาต่างๆ ที่เกิดขึ้น แต่จะพยายามขุดค้นไปตามขั้นตอนอย่างมีระบบ จนกระทั่งพบว่าต้นตอของปัญหาจริงๆ นั้นมาจากจากส่วนใด การที่เร่งสรุปต้นเหตุของปัญหาโดยปราศจากการเสาะหาต้นตอที่แท้จริง ย่อมนำไปสู่การเกิดปัญหาแบบเดิมซ้ำแล้วซ้ำอีก บ่อยครั้งที่กลายเป็นการเสาะหาแพะรับบาปจากปัญหานั้น ทั้งๆ ที่ไม่ใช่ตัวการที่แท้จริง ซึ่งเป็นพฤติกรรมหนึ่งของการที่พยายามกลบเกลื่อนปัญหา ฉันหาคนผิดได้ถือว่าปัญหาทั้งหมดยุติลงแล้ว เมื่อต้นตอของปัญหายังไม่ได้ถูกค้นพบและแก้ไขให้ยุติลงไป ปัญหาเดิมๆ ก็จะวนเวียนกลับมาให้แก้ไขซ้ำแล้วซ้ำอีก ซึ่งถ้าใช้วิธีกลบเกลื่อนปัญหาแล้ว องค์กรนั้นจะเต็มไปด้วยแพะรับบาปจำนวนมากมายเกินกว่าที่คาดคิดได้
ผู้บริหารที่รักษาความสำเร็จไว้ได้อย่างต่อเนื่อง จึงเป็นผู้ที่มองเห็นตั้งแต่ปลายทางของปัญหาย้อนไปถึงต้นทางของปัญหานั้นอย่างครบถ้วนและกระจ่างชัด ซึ่งการที่จะมีคุณลักษณะเช่นนี้ได้นั้น ต้องเป็นผู้บริหารที่ใจกว้างพอจะรับความจริงได้ว่าทุกองค์กรไม่ว่าจะอยู่ภายใต้ผู้บริหารที่เก่งกาจเพียงใด ล้วนแต่มีโอกาสที่จะเกิดปัญหาขึ้นได้ทั้งสิ้น ถ้าเป็นผู้บริหารที่หลงในความสำเร็จของตนเอง จะเชื่อแต่ว่าภายใต้การบริหารของฉันไม่มีปัญหาใดๆ จะเกิดขึ้นได้ ซึ่งในความจริงแล้วมีปัญหาเกิดขึ้นเยอะแยะ แต่ผู้บริหารแกล้งทำเป็นไม่เห็นต่างหาก ถ้าพยายามเสาะหาปัญหารอบๆ ตัวอย่างจริงจัง ก็จะพบว่าในองค์กรยังมีหลายปัญหาเกิดขึ้นอยู่ ไม่ว่าองค์กรนั้นจะประสบความสำเร็จมากน้อยเพียงใดก็ตาม ถ้ามองปัญหาทุกอย่างด้วยทัศนะและความคิดแบบเดิมๆ ปัญหาหลายอย่างที่เกิดขึ้นแล้วจะดูเหมือนไม่ใช่ปัญหา
ถ้าอยากจะเห็นปัญหาใหม่ๆ ต้องลองมองเรื่องเดิมๆ ที่พบเห็นอยู่ทุกวันด้วยทัศนะใหม่และด้วยความคิดใหม่ เดิมทีเห็นลูกค้ามาต่อแถวรอใช้บริการ ก็คิดว่าเป็นเรื่องดีที่มีลูกค้ามากมายจนกระทั่งพนักงานรับมือแทบไม่ไหว ถ้าอยากมองเห็นปัญหาก็ต้องมองใหม่ว่าลูกค้ามาต่อแถวรอใช้บริการเพราะเราให้บริการได้เร็วไม่เพียงพอ ซึ่งจะมองเห็นปัญหาว่าบริการของเรานั้นล่าช้า จนกระทั่งทำให้เกิดการสะสมของลูกค้าที่มาใช้บริการ และต้องพยายามหาคำตอบให้ได้ว่าที่ล่าช้านั้นเกิดขึ้นเพราะสาเหตุใด ถ้ามัวแต่ดีใจแบบเดิมๆ ทุกครั้งที่เห็นลูกค้ามาเข้าแถวรอใช้บริการ วันหน้าความดีใจที่เคยมีก็จะสลายหายไปพร้อมๆ กับจำนวนลูกค้าที่ลดลง เนื่องจากทนรอไม่ไหวนั่นเอง
การที่พยายามเสาะหาปัญหารอบๆ ตัวนั้น งานวิจัยงานหนึ่งได้ยืนยันว่ายิ่งขยันหาปัญหารอบๆ ตัวมากเท่าใด ความสามารถในการเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ ก็จะเกิดขึ้นมากเท่านั้น งานวิจัยเดียวกันนั้นยังบอกไว้ว่า ถ้าจะจดจำเรื่องเก่าๆ ที่เกิดขึ้นโดยไม่มีเรื่องใหม่ใดๆ เข้าไปเกี่ยวข้องด้วยแล้วผู้คนจะจดจำเรื่องเก่าๆ นั้นได้ในเวลาไม่นานเท่ากับการจดจำเรื่องเก่าๆ ที่มีประเด็นใหม่ๆ เข้ามาเกี่ยวข้องด้วย จำของเก่าผสมกับของใหม่จะจำได้นานกว่าจดจำของเก่าดั้งเดิมแต่เพียงอย่างเดียว
สิ่งที่สำคัญอีกอย่าง คือ ต้องแยกแยะได้ว่าในความสำเร็จที่เกิดขึ้นนั้น จะมีบางส่วนที่ประสบความล้มเหลวปนมาด้วยเสมอ และต้องเปิดใจยอมรับให้ได้ว่าเป็นความล้มเหลวที่มาจากการบริหารงานของตนเอง แล้วพยายามหาต้นตอของความล้มเหลว พร้อมกับสรรหาหนทางในการขจัดปัญหานั้นให้หมดสิ้นไปอย่างเปิดเผยโดยไม่พยายามปิดบัง ให้ดูประหนึ่งว่าทุกอย่างเป็นความสำเร็จที่เกิดขึ้นทั้งสิ้น การเสาะหาปัญหารอบตัวไม่ใช่เรื่องของคนขี้กังวล แต่เป็นการเตรียมตัวให้พร้อมก่อนที่จะต้องเผชิญหน้ากับปัญหาที่จะเกิดขึ้น ยอมกังวลมองหาปัญหารอบๆ ตัวดีกว่ากลบปัญหารอบตัวไว้ จนกระทั่งปัญหาสุกงอมกลายเป็นปัญหาใหญ่ที่ไร้หนทางแก้ไขในที่สุด
posted on 18 Jun 2009 17:25 by mrinsure in HR
ไร้กรอบ
มาจาก forward mail อีกแล้ว ดีมากๆ เลยเก็บมาแบ่งกัน ***เคยได้ยินชื่อ ดร.วรภัทร ภู่เจริญ ไหมครับ??
เขาเคยเป็นวิศวกรขององค์การอวกาศนาซา
ประเทศสหรัฐอเมริกา เมื่อ 20 กว่าปีก่อน
เคยได้รับรางวัลงานวิจัยที่ดีที่สุดระดับโลก
เกี่ยวกับเครื่องยนต์ไอพ่น
ตัดสินใจกลับเมืองไทยเพราะ
1.อยากดูแลพ่อแม่
2.ไม่อยากเป็นพลเมืองชั้นสองในบ้านพักคนชรา
3.อยากเที่ยว และ
4.ชอบกินอาหารอร่อย
เคยเป็นอาจารย์คณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
ก่อนจะออกมาตั้งบริษัทที่ปรึกษาของตัวเอง
ผมประทับใจบทสัม ภาษณ์ของ ดร.วรภัทรใน 'เสาร์สวัสดี'
ของ 'กรุงเทพธุรกิจ ' มาก
คนอะไรก็ไม่รู้ ชีวิตมันส์เป็นบ้า
ความคิดก็กวนเหลือหลาย
ตอนที่เขาเป็นอาจารย์
วิธีการสอนหนังสือของเขาแปลกกว่าคนอื่น
'ผมออกนอกกรอบตลอดเวลา'
เขาบอก
เขาเคยพาเด็กวิศวะไปที่ริมสระว่ายน้ำ
เรียนไปและดูนิสิตสาว ๆ ว่ายน้ำไป
ด้วยคาดว่าคงไปเรียนเรื่อง 'คลื่น'
ระหว่างท่าฟรีสไตล์ กับท่าผีเสื้อ
คลื่นที่เกิ ดขึ้นของท่าไหนถี่กว่ากัน
ระหว่างชุดทูพีซกับวันพีซ
แรงเสียดทานกับน้ำ ชุดไหนมากกว่ากัน
แนวการศึกษาน่าจะออกไปทำนองนี้
แต่ที่ชอบที่สุดคือตอนที่เขาออกข้อสอบ
ข้อสอบของเขาสั้นและกระชับมาก
'จงออกข้อสอบเอง พร้อมเฉลย'
โหย...เด็กวิดวะอึ้งกันทั้งห้อง
คำตอบส่วนใหญ่เป็นการตั้งโจทย์แบบง่ายๆ
เช่น ปั้นจั่นมีกี่ชนิด
ผลปรากฎว่าได้ศูนย์กันทั้งห้อง
เพราะเป็นคำตอบที่ไม่ได้แสดงความคิดที่ลึกซึ้ง สมกับที่เรียนมาทั้งเทอม
เหตุผลที่ดร.วรภัทรออกข้อสอบด้วยการให้นิสิตออกข้อสอบเองเป็นเหตุผลที่ตรงกับใจผมมาก
'ชีวิตคนเราจะรอให้อาจารย์ตั้งโจทย์อย่างเดียวไม่ได้
ต้องหาโจทย์มาเอง คิดแล้วทำ
ถ้าผิดแล้วอาจารย์จะปรับให้'
เขามองว่าเด็กรุ่นใหม่ติดนิสัยเด็กกวดวิชา
รอคนคาบทุกอย่างมาป้อนให้ไม่รู้จักคิดเอง
'ถ้ารอและตั้งรับ
คุณก็เป็นพวกอีแร้ง
แต่พวกคุณแย่กว่า
เพราะเป็นแค่ลูกอีแร้ง
คือ รออาหารที่คนอื่นป้อนให้'
โหย...เจ็บ
ผมเชื่อมานานแล้วว่า
ชีวิตของคนเรา
เป็นข้อสอบอัตนัย
ที่ต้องตั้งโจทย์เอง และตอบเอง
ไม่ใช่ข้อสอบปรนัย
ที่มีคนตั้งโจทย์ และมีคำตอบ
เป็นทางเลือก ก-ข-ค-ง
ถ้าใครที่คุ้นกับ 'ชีวิตปรนัย'
ที่มีคนตั้งโจทย์ให้และเสนอทางเลือก
1-2-3-4 คนคนนั้นชีวิตจะไม่ก้าวหน้า
เพราะต้องพึ่งพาคนอื่นตลอดเวลาติดกับ
'กรอบ'
ที่คนอื่นสร้างให้
ไม่เหมือนกับคนที่รู้จักคิด และตั้งคำถามเอง
เรื่องการตั้งคำถามกับชีวิต เป็นเรื่องสำคัญมาก อย่าลืมว่า
เพราะมี 'คำถาม' จึงมี 'คำตอบ'
เมื่อมี 'คำตอบ' เราจึงเลือกเดิน
พูดถึงเรื่องการตั้งคำถามผมนึกถึง 'โสเครติส' เขาเป็นนักปรัชญาเอกของโลก
ที่สอนลูกศิษย์ด้วยการสนทนา
ตั้งคำถามให้ลูกศิษย์ตอบ
สร้างองค์ความรู้จาก 'คำถาม'
กลยุทธ์ของ 'โสเครติส' ในการสอน คือ
ไม่ให้ความเห็นใดๆ แก่นักเรียน
และทำลายความมั่นใจของ นักเรียนที่เชื่อว่าตนเองรู้
'โสเครติส' เชื่อว่าเมื่อเด็กตระหนักใน 'ความไม่รู้' ของตนเอง
เขาจะเริ่มต้นแสวงหา 'ความรู้'
แต่ถ้าเด็กยังเชื่อมั่นว่าตนเองมี 'ความรู้' เขาก็จะไม่แสวงหา 'ความรู้ '
การตั้งคำถามของโสเครติสจึงมีเป้าหมาย
โจมตีและทำลายความเชื่อมั่นในภูมิความรู้ของนักเรียน
เป็นกลยุทธ์เท 'น้ำ' ให้หมดจากแก้ว
เมื่อแก้วไม่มีน้ำแล้ว จึงเริ่มให้เขาเท 'น้ำ' ใหม่ ใส่แก้วด้วยมือของเขาเอง
'น้ำ' ที่ลูกศิษย์แต่ละคนเทลงแก้วด้วยมือตัวเองมาจาก 'คำตอบ' ที่เขาค้นคิดขึ้นมาเอง
'คำตอบ' จาก 'คำถาม' ของ 'โสเครติส'
'โสเครติส' นิยามศัพท์คำว่า 'คนฉลาด' และ 'คนโง่' ได้อย่างน่าสนใจ
'คนฉลาด' ในมุมมองของ
'โสเครติส' นั้นไม่ใช่คนที่รู้ทุกเรื่องแต่
'คนฉลาด' คือคนที่รู้ว่าตัวเองไม่รู้
ส่วน
'คนโง่' นั้น คือคนที่ไม่รู้ว่าตัวเองไม่รู้ แต่ทำตัวราวกับเป็นผู้รู้
***ไม่น่าเชื่อว่าก่อนหน้านี้ ผมยังมีความภาคภูมิใจใน 'ความรู้' ของตนเอง
แต่พออ่านถึงบรรทัดนี้...................
edit @ 30 Aug 2009 11:19:26 by Talk to Uncle Ins
posted on 16 Jun 2009 15:10 by mrinsure in General
มาอีกแย้ว จากฟอร์เวิร์ดเมลล์ ลองดูนะ เราว่าแม่นดี...
วันอาทิตย์ รักกับ วันอาทิตย์
คู่นี้หัวแข็งชอบบงการทั้งคู่ คบหารักใคร่กันอย่างเข้าอกเข้าใจแต่คู่นี้กลับรักกันไม่ค่อยหวานซึ้งเท่าไหร่นัก
วันอาทิตย์ รักกับ วันจันทร์
คู่ ของความแตกต่างเพราะมีทั้งดาวดวงร้อนและดาวดวงความอ่อนโยน แต่ผสมกลมกลืนกันอย่างลงตัว
เพราะเมื่อผสมกันแล้วอีกคนแข็งขัน อีกคนนุ่มนวล จึงไม่มีการปะทะกันอย่างรุนแรง รักกันอย่างลึกซึ้งผูกพันกันเป็นพิเศษเติมเต็มให้แก่กัน
วันอาทิตย์ รักกับ วันอังคาร
คู่ รักคู่นี้มีความเหมือนกันหลายอย่าง
เข้มแข็งอดทนด้วยกันทั้งคู่ เมื่อได้ครองรักกัน ทำทุกอย่างด้วยกัน และเกิดพลังร่วมแรงร่วมใจกันอย่างแข็งขัน แต่ข้อเสียไม่ค่อยแสดงความหวานแหววแก่กัน
รู้อยู่กันอยู่ก็แค่ภายในใจ คงไม่มีโอกาสได้เอ่ยคำว่ารัก
เพราะทั้งคู่เป็นคนนิ่งๆเฉยๆเก็บเอาไว้ใจใจ เป็นส่วนใหญ่ แต่เมื่อมีลูก ลูกจะเป็นที่เชิดหน้าช
ูตา
และเป็นที่รักของพ่อแม่พร้อมกับผู้รอบข้าง
วันอาทิตย์ รักกับ วันพุธ
คู่ นี้รักกันเหมือนเพื่อนสนิท
ไปไหนมาไหนกอดคอลุยกันไปทุกที่ รักกันอย่างเข้าใจ เฮไหน เฮกัน มีความสุขสนุกกันได้ทุกที่ มีความเข้าอกเข้าใจกันได้มากมายขนาดนี้
ก็คงมีแต่แฮปปี้ตลอดเวลา
วันอาทิตย์ รักกับ วันพฤหัสบดี
คู่ รักนี้มักส่งเสริมกันได้อย่างดี เป็นแรงเชียร์แรงใจให้กันตลอดเวลาและคอยเป็นที่ปรึกษาในยามที่ท้อแท้ คอยช่วยคิดแก้ไขในสิ่งที่ผิดพลาด
คู่รักคู่นี้ใครๆก็ต้องชื่นชม
วันอาทิตย์ รักกับ วันศุกร์
คน รักกันที่มีความแตกต่างกันเป็นคู่ตรงข้าม
อีกคนเป็นคนห้าวหาญ อีกคนเป็นคนหวานหยดงดงาม
กลายเป็นความรักที่กลมกลืน หวานซึ้งตรึงใจ ใช้ความรักคอยชักนำชี้ทางสว่างให้สดใส การเงินการงานด้านธุรกิจก็เป็นไปได้สวย เพราะทั้งคู่คอยเกื้อหนุนเป็นแรงส่งเสริมกันและกัน
วันอาทิตย์ รักกับ วันเสาร์
คนที่เข้มแข็งมาอยู่ด้วยกัน
ทำให้เกิดแรงที่ยิ่งใหญ่ไม่ใช้อารมณ์ทั้งคู่ มีปัญหาก็แก้ไขกันด้วยปัญญา และหัวใจ แต่ที่ขาดหายไปก็คือความหวานซึ้ง
โรแมนติกที่อยู่ค่อนข้างลึกในหัวใจ
คนเกิดวันจันทร์
วันจันทร์ รักกับ วันอาทิตย์
ความ อ่อนโยนมาพบกับความเข้มแข็ง กลายเป็นคู่รักที่กลมกลืนอยู่บนพื้นฐานความเข้าอกเข้าใจ จากหัวใจที่แตกต่างกันอย่างสุดขั้วแต่คน! ทั้งคู่จะได้พบกับความสุขที่แสนจะโรแมนติก
วันจันทร์ รักกับ วันจันทร์
คู่ รักที่มีความเหมือน
อ่อนโยนด้วยกันทั้งคู่ ผู้คนต่างชื่นชมยินดีในความกลมกลืนของทั้งคู่ แต่คู่ที่ดูกันเหมือนกันมากจนเกินไป ก็อาจกลายเป็นความรักที่พร้อมจะจบได้ทุกเวลา มีเพียงภาพลวงตาที่ดูสวยงามเท่านั้น
วันจันทร์ รักกับ วันอังคาร
คน สองคนเป็นคู่รักมีความต่างกันทั้งภายนอกและภายในแต่จะกลายเป็นคู่รักที่ชื่นมื่นรื่นรมย์ได้ดีอีกคู่หนึ่ง
อีกคนเป็นความอบอุ่น เป็นที่พึ่งทั้งกายและใจ
แต่อีกคนก็คอยดูแลเอาใจใส่ แต่ถ้าอยู่กันนานๆก็อาจมีเรื่องราวขัดแย้งกันแบบเล็กๆน้อยๆ จึงควรใช้เหตุผลเข้าหากันไว้ให้มาก
วันจันทร์ รักกับ วันพุธ
คู่รักเป็นเพื่อนแท้ทั้งคู่มีความคล้ายคลึงกันทั้งความรู้สึกและบุคลิกภาพ เป็นเพื่อนคู่คิด
และคู่รักคู่ใคร่ มีความรักที่อ่อนหวาน งดงาม
เต็มไปด้วยสติปัญญา เกิดความพอดีที่พอเหมาะพอควร ครองรักกันอย่างสุขสบาย ฐานะร่ำรวย
วันจันทร์ รักกับ วันพฤหัสบดี
คู่ รักที่มีความสวยงามและมากด้วยความสามารถ อยู่ครองคู่กันจะช่วยส่งเสริมให้พบความสำเร็จในหน้าที่การงาน ครองคู่กันอย่างมีสติ
ไม่วู่วาม จึงทำให้ชีวิตพบกับความสุข ความเจริญ
แต่บางทีก็มีความขัดแย้งกันทางความคิดที่โต้แย้งกัน ต้องการเอาชนะกัน
ลองหันมาคุยกันด้วยเหตุผลบ้างก็จะดีน่ะ
วันจันทร์ รักกับ วันศุกร์
เป็น คู่รักที่ดูเกื้อกูลอ่อนหวานอ่อนโยนด้วยกันทั้งคู่ คอยช่วยเหลือคอยเป็นกำลังใจให้กันและกัน แต่ก็หวั่นไหวต่อสิ่งเร้าที่อยู่รอบ!
กายได้ง่ายทั้งคู่ หากจะเพิ่มพลังความรักให้กันอย่างจริงใจต้องเพิ่มความมั่นคง ความซื่อตรงในความรักให้มากขึ้น
วันจันทร์ รักกับ วันเสาร์
ความ แข็งแรงกับความนุ่มนวลที่น่าจะเข้ากันได้ดีผสมผสานกันอย่างลงตัว แต่ในความเป็นจริงแล้วเป็นความรักที่เปราะบาง
อ่อนแอ มีโอกาสที่จะแยกทางกันค่อนข้างมาก
ทั้งๆที่ยังรักกันอาลัยกันอย่างสุดซึ้ง
คนเกิด วันอังคาร
วันอังคาร รักกับ วันอาทิตย์
คน สองคนนี้จะรักกันได้อย่างยาวนาน การใช้ชีวิตร่วมกันต่างคนก็ต่างเก่งกาจมีความสามารถรอบตัว รวมประสานเป็นเพื่อนคู่คิดกันได้ดี
แม้จะดื้อบ้างแต่ก็คุยกันรู้เรื่อง ถึงไม่หวานแหววแต่รู้ใจกันน่ะ
วันอังคาร รักกับ วันจันทร์
คู่ แตกต่างทั้งความรู้สึกนึกคิด
และการดำเนินชีวิต แต่ก็เป็นคู่ที่หวานชื่น คอยช่วยเหลือดูแลเอาใจใส่กันและกันได้เป็นอย่างดี คอยเป็นที่พึ่งทั้งกายและใจ
ดูอบอุ่นแน่นแฟ้นกันได้
วันอังคาร รักกับ วันอังคาร
คู่รักคู่นี้ดูไปด้วยกัน ได้ดีอย่างไม่น่าเชื่อ
คืออีกคนก็ขี้อ้อน อ่อนไหวง่าย อีกคนก็แข็งหน่อยๆใจร้อนพอประมาณ
แต่ก็รักกันอย่างซาบซึ้งกินใจ แม้จะผลัดกันง้อ ผลัดกันงอน แต่ก็คอยดูแลเอาใจใส่
ถนอมน้ำใจกันดี
วันอังคาร รักกับ วันพุธ
เป็น คู้รักที่รักกัน
แต่ไม่สวีตหวานแถมมีปะทะกันขัดแย้งทางความคิดบ่อยๆ แต่รักจริงใจน่ะ
คบหากันด้วยความเข้าใจ ถึงไม่สวีตตัวติดกัน แต่คบกันนานแน่ๆ
วันอังคาร รักกับวัน พฤหัสบดี
คู่ นี้ขี้บ่นจู้จี้พอกัน คนหนึ่งดื้อเงียบอีกคนใจร้อน โผงผาง แต่เก่งหัวก้าวหน้าด้วยกันทั้งคู่
แบบว่าเพลงป๊อปกับเพลงลูกทุ่ง แต่มีอะไรช่วยเหลือดูแลกันอย่างดีที่สุด
วันอังคาร รักกับวันศุกร์
เป็น คู่ที่มีความตื่นเต้นท้าทาย
เร้าใจเร้าอารมณ์ มีทั้งพ่อแง่แม่งอน ออเซาะฉะเลาะกันบ้างเป็นบางเวลา แต่ต่างก็เติมเต็มส่วนที่ขาดหายซึ่งกันและกัน ความขี้งอนและคิดมากของอีกฝ่ายหนึ่งไม่ปัญหามันคือยาบำรุง ผลัดกันงอนผลัดกั!
นง้อ น่ารักดีไปอีกแบบหนึ่ง
วันอังคาร รักกับ วันเสาร์
คู่ สองเกลอหัวแข็ง อารมณ์ค่อนข้างร้อนแรง ไม่ค่อยโรแมนติก คนรอบข้างพากันหูเฉาะเพราะคู่นี้มักทะเลาะกันบ่อยๆ แต่ไม่น่าเชื่อว่าทั้งคู่ก็ผูกพันอย่างลึกซึ้ง เพราะมีอะไรคล้ายๆกันและเข้าใจกันแบบทุกๆเรื่อง
คนเกิด วันพุธ
วันพุธ รักกับ วันอาทิตย์
เป็น คู่รักที่พูดคุยกันอย่างเข้าอกเข้าใจห้วงรักเลายเป็นสีชมพู
คอย ให้ข้อคิดและกำลังใจที่ดีต่อกัน
เหมือนเพื่อนซี้ที่คอยดูแลห่วงใยกันตลอดไป
วันพุธ รักกับ วันจันทร์
เป็นคู่รักคู่คิดเป็นมิตรที่รู้ใจ
อยู่ด้วยกันด้วยความเสมอภาคและเข้าใจ ไม่ มีใครนำ
ไม่มีใครตาม มีสติปัญญาที่เฉลียวฉลาดพอกันมีความรักที่อ่อนหวาน ชอบโรแมนติกเหมือนๆกัน
แล้วชีวิตคู่จะพบกับความเจริญก้าวหน้า สุขสบายใจไร้ปัญหา
ฐานะมั่นคง
วันพุธ รักกับ วันอังคาร
เป็น คู่รักเป็นคู่เพื่อน เสมือนคนรู้ใจ
เมื่ออยู่ใกล้ๆกันจะรู้สึกผ่อนคลาย ไร้ความกังวล
บางครั้งอาจไม่เข้าใจกัน แต่ก็ไม่รุนแรงเท่าไหร่ อยู่กันนานๆยิ่งเพิ่มความรู้สึกที่ดี
และเข้าใจกัน มีชีวิตที่เรียบง่ายสบายๆอยู่ด้วยกันจนลมหายใจสุดท้ายของชีวิต
วันพุธ รักกับ วันพุธ
ความ เหมือนที่เหมาะสมลงตัว เป็นที่พึ่งของกันและกันคอยกำลังใจกันในยามที่อ่อนแรง มีความรักความผูกพันกันอย่างลึกซึ้ง
ใช้ชีวิตหลอมรวมเป็นหนึ่งเดียว สู่ความเป็นเลิศ
วันพุธ รักกับ วันพฤหัสบดี
เป็น คู่ที่สติปัญญาฉลาดเฉลียว
มีความรักที่น่าชื่นชมผลิดอกออกผลอย่างสวยงาม ใช้ชีวิตคู่กันอย่างราบรื่นไร้ปัญหาต่างคนต่างก็มีเหตุผลพูดคุยกันอย่างแบบ เพื่อน
ไม่นิยมความรุนแรงคอยดูแลห่วงใยกันเสมอมา
วันพุธ รักกับ วันศุกร์
ความ รักที่มีแต่ความเบิกบานสนุกสนานรื่นเริง จะไม่มีความทุกข์ร้อนใดๆมากล้ำกลาย
เพราะหัวใจที่เป็นอิสระและปล่อยวาง เป็นคู่ที่เปี่ยมด้วยความหวัง
พลังศรัทธา ผู้คนต่างพากันชื่นชมแนวทางในการดำเนินชีวิตของคนทั้งคู่ที่เดินทางสายกลาง
ไม่มากไปไม่น้อยไป
วันพุธ รักกับ วันเสาร์
เป็น คู่ที่อารมณ์อ่อนไหวสุดแสนจะโรแมนติกรักกันอย่างลึกซึ้งและ!
เข้าใจ เป็นไปได้ทุกอย่างถ้าต้องการ คอยดูแลห่วงใยกันไม่เคยห่าง จะคอยส่งเสริมกันทำให้มีบารมีน่ายำเกรง
คนเกิด วันพฤหัสบดี
วันพฤหัสบดี รักกับ วันอาทิตย์
เป็น คู่รักที่ทรงพลัง โดดเด่น ผู้คนรอบข้างพากันชื่นชมยินดี คู่รักที่คอยดูแลช่วยกันผลักดันและให้พลังใจ ไม่ค่อยมีเรื่องให้ทะเลาะเบาะแว้งกัน
อยู่กันแบบสบายๆ
วันพฤหัสบดี รักกับ วันจันทร์
คู่ รักที่มากด้วยความสามารถ
รอบรู้พอๆกันอีกทั้งยังมีรูปร่างหน้าตาที่ดูเด่น เมื่ออยู่ใกล้ๆกันแล้วจะพบแต่ความสุข
ก้าวหน้าในหน้าที่การงาน แต่มักจะผิดใจกันด้วยเรื่องเล็กๆน้อยๆจากความดื้อดึงของทั้งคู่
วันพฤหัสบดี รักกับ วันอังคาร
ดวง ของคู่นี้เมื่ออยู่ใกล้กันก็จะมีความแตกต่าง แต่ทว่าปรับเปลี่ยนแนวคิดวิธีใช้ชีวิตให้ลงตัว อยู่ร่วมกันอย่างมีความสุขคอยส่งเสริมเกื้อ หนุนกันเสมอมา มีทุกข์ก็ผลัดกันช่วยปลอบโยน
แล้วมันก็ค่อยๆผ่อนคลายมลายหายไป และจะพบกับความเจริญก้าวหน้า
แต่ไม่ค่อยสวีตหวานสักเท่าไหร่น่ะ
วันพฤหัสบดี รักกับ วันพุธ
คู่ รักคู่นี้ สติปัญญาดีด้วยกันทั้งคู่ เมื่อรักกันก็จะพากันไปสู่จุดมุ่งหมายที่รุ่งเรืองเจริญก้าวหน้า เพราะใช้เหตุและผลในการใช้ชีวิตคู่ คอยดูแลห่วงใยกันทั้งในยามสุขและยามทุกข์ร้อนใจ
วันพฤหัสบดี รักกับ วันพฤหัสบดี
เป็น คู่ที่สติปัญญาล้ำเลิศทั้งคู่
ความรู้ความสามารถเต็มเปี่ยม มีความคิดความอ่าน
มีเหตุมีผลในการดำเนินชีวิต คอยท้วงคอยติงขัดแย้งกันด้วยเหตุด้วยผล จะเชิดชูส่งเสริมกันและกันให้ก้าวไกลได้อย่างมั่นคง
วันพฤหัสบดี รักกับ วันศุกร์
เป็น คู่รักที่รักกันอย่างอ่อนโยนและสดใส
พูดคุยกันไปปรับความเข้าใจกันไป จึงไม่น่าแปลกใจเลยที่ทั้งคู่มีความคล้ายคลึงมากกว่าความแตกต่าง มอบความรักให้กันได้โดยไม่รู้เบื่อ
ทำให้มีชีวิตที่สงบสุขฐานะมั่นคง
วันพฤหัสบดี รักกับ วันเสาร์
เป็นอะไรที่เข้ากันได้ดี แต่ ในบางครั้งอาจมีบุคคลอื่นๆเข้ามาทำให้ไขว้เขวได้ง่ายๆ ถ้ามั่นคงในความรักที่มีให้กันจะทำให้ครองรักกันได้ยาวนาน และพบกับความมั่นคง มีเงินทองมากมาย
คนเกิด วันศุกร์
วันศุกร์รักกับ วันอาทิตย์
เป็น คู่ที่ตรงข้ามกันสิ้นเชิง
คนหนึ่งก็หวานแหววและแสนดีส่วนอีกคนก็ร้อนแรง แต่พอมาอยู่คู่กันแล้วกลายเป็นคู่ที่เข้ากันได้ดี
แจ่มแจ๋ว ไร้อุปสรรค คนสองคนจะประคองชีวิตรักแล้วก้าวเดินไปด้วยกัน
ส่งเสริมกันในทุกๆด้าน แต่จะดีด้านการเงิน
วันศุกร์รักกับ วันจันทร์
เป็น คู่รักที่งดงามซาบซึ้งใจ
แต่ก็หวั่นไหวง่ายหากมีมือที่สามเข้ามาเกี่ยวข้อง หากครองชีวิตรั
กกันชีวิตก็จะก้าวเดินอย่างมั่นคง เพียงแต่ต้องมั่นคงในความรักให้มากที่สุด
วันศุกร์รักกับ วันอังคาร
เป็น ตัวแทนของความกล้าหาญ
อีกคนก็เป็นตัวแทนของความงดงาม เมื่อได้ครองคู่อยู่ด้วยกันแล้วจะพบกับความท้าทาย
ความตื่นเต้น เร่าร้อน และความสำเร็จ แต่จะเป็นคนชอบใจน้อย
คิดมากกับคำพูดบางคำจนบางครั้งเครียด ต้องตามง้อกันอยู่ร่ำไป
วันศุกร์รักกับ วันพุธ
คู่ สองคนนี้หากได้มาอยู่ด้วยกันจะมีความสุข
สนุกสนาน ผู้คนในสังคมต่างพากันสนใจ และยินดี คนสองคนที่น่ารักเมื่ออยู่ด้วยกันอะไรๆมันก็ดูดีไปหมด
วันศุกร์รักกับ วันพฤหัสบดี
เป็นคู่ที่มีความรอมชอม อ่อนโยนเข้าใจกัน
สามารถพูดคุยกันได้ทุกเรื่องๆ มีความเหมือนกันหลายๆด้าน หากรักและมั่นคงจะพานพบแต่ความสุขความเจริญ
วันศุกร์รักกับวันศุกร์
เป็น คู่รักที่หวานชื่นรื่นรมย์
ใช้ชีวิตร่วมกันอย่างจริงใจ ตรงไปตรงมาน่ารักทั้งคู่
ถึงแม้นบางครั้งอาจขัดแย้งกันบ้าง แต่ไม่มีอะไรต้องหนักใจ
เมื่อเกิดมาคู่กันแล้วก็ไม่แคล้วคลาดกันหรอก อยู่ด้วยกันจะพบแต่ความสุขความสำเร็จในชีวิต
วันศุกร์รักกับ วันเสาร์
เมื่อ ความอ่อนหวานมาอยู่กับความเข็มแข็ง
มีความรักมอบให้กันอย่างไม่รู้เบื่อ แต่ก็มีความขัดแย้งกันบ่อยๆ
ไม่ค่อยฟังกัน ต่างก็มีเหตุผลกับตัวเอง ส่วนในดวงชะตาก็ส่งเสริมกันจนร่ำรวยหากช่วยกันสองคน
คนเกิด วันเสาร์
วันเสาร์ รักกับ วันอาทิตย์
เป็น คู่ที่ทรงพลัง เมื่อมาอยู่คู่กันจะเกิดความแข็งแกร่งเป็นความรักที่มั่นคงยิ่ง เป็นความรักที่เข้าอกเข้าใจกัน
นับถือให้เกียรติซึ่งกันและกัน แต่ขาดความศรัทธาสวีตหวานไปหน่อยน่ะ
วันเสาร์ รักกับ วันจันทร์
คู่ รักที่แตกต่างกันคนละขั้ว
เป็นความรักที่เหมือน! กับพี่ดูแลน้อง หรือผู้ใหญ่ดูแลเด็ก เป็นความรักที่เกือบสมบูรณ์แต่ยังขาดอะไรไปบ้างที่น่าจะช่วยทำให้สมบูรณ์ ยิ่งขึ้น
วันเสาร์ รักกับ วันอังคาร
เป็น คู่ที่แข็งแกร่ง และเจ้าทิฐิ มีความรักที่ผูกพันกันอย่างลึกซึ้งแต่ดูเหมือนว่าไฟกับน้ำมันนันยากที่จะ อยู่ด้วยกัน
เกิดเรื่องร้าวร้อนร้าย ทำให้จิตใจที่อ่อน! ยวบของคนทั้งคู่จะแหลกสลาย
ความสุขที่ควรได้รับน้อยลง
วันเสาร์ รักกับ วันพุธ
คนสองคนที่มีจิตใจที่แสนจะอ่อนโยน เข้าอกเข้าใจกันเป็นอย่างดี ทำอะไรก็ถนอนน้ำใจกันเสมอ
เป็นความรักที่ดีงามจะส่งเสริมพากันให้รุ่งโรจน์
วันเสาร์ รักกับวัน พฤหัสบดี
เป็น คู่รักที่เหมาะสมกันดี
แต่ในทางเดินนั้นก็ไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ มีคนนอกเข้ามาทำให้ความรักต้องสะดุด หากไม่ตั้งมั่นในรักที่มีต่อกันก็มีอันต้องยุติ
แต่หากซื่อตรงต่อกันดี คงไม่มีปัญหาอะไรจะพบกับความสุข
มีเงินทองมากมาย
วันเสาร์ รักกับวันศุกร์
คู่ รักคู่นี้ดูแลเอาอกเอาใจกันหวานฉ่ำดื่มด่ำแต่เฉพาะในช่วงแรกรักเท่านั้น แม้คนหนึ่งจะอารมณ์ละเมียดมาก
อีกคนก็เอาจริงเอาจังและเคร่งเครียดง่าย แต่ทั้งคู่รู้ดีว่าต่างก็รักกัน
แม้จะไม่เห็นพ้องต้องกันไปซะทุกเรื่อง ที่จริงแล้ผูกพันกันไม่น้อย
แต่ปัญหาอยู่ที่ว่าพอนานๆ ไปก็มักจะขัดอกขัดใจกันเพราะบางแง่มุมที่แตกต่างกันนั้นแหละ
เลิกกันยาก แต่ก็ไม่หวานชื่นตลอดเวลานักน่ะสิเพราะต่างก็อยากให้คนรักเป็นอย่างที่ตน อยากให้เป็น
วันเสาร์ รักกับ วันเสาร์
คน ที่รักกัน
แต่ไม่ได้หมายความว่าคนคู่นั้นต้องเหมือนกันทุกสิ่งทุกอย่าง แต่ก็รักกันได้ดีไม่มีที่ติ
คอยช่วยเป็นกำลังใจให้กันได้ดีเยี่ยม เป็นธรรมดาที่ต้องมีขัดแย้งกันบ้างลิ้นกับฟัน
แต่ถ้าครองรักกันได้แล้วละก็ ดวงชะตาส่งเสริมกันอย่างบริบูรณ
์ช่วยให้มีความมั่นคงในชีวิตรักได้..